ขิง มีประโยชน์บางทีก็มีโทษ ข้อที่ควรระวังในการกินขิง

สุดติ่ง 02.11.2018 0 Просмотры

Описание

ประโยชน์ของขิงมีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการกินด้วย

ถ้าว่ากันในเรื่องของขิง แน่นอนว่าขิงก็คือสมุนไพรชั้นดีจากธรรมชาติ กลิ่นก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติจะออกเผ็ดร้อน ส่วนมากผู้คนมักนิยมนำมาประกอบอาหาร และที่สำคัญสรรพคุณเป็นยารักษาโรคด้วยนะคะ วันนี้เราจึงจะมาบอกถึงประโยชน์ของขิงและก็โทษว่ามีอะไรบ้าง บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

เราจะเริ่มจากโทษของขิงกันก่อนเลยค่ะ ข้อควรระวังในการทานขิง
1. ทำให้เกิดแผลร้อนในภายในปากได้ ก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ถ้าหากเรารับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป เยื่อบุภายในช่องปากอาจจะเกิดการอักเสบจนเป็นสาเหตุนำไปสู่การเป็นแผลร้อนในภายในปากได้

2. ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด จากกาค้นพบของออสเตรเลียได้พบว่า ขิงมีสรรพคุณช่วยต้านการแข็งตัวของเลือดมากกว่ายาแอสไพริน จึงได้มีการเตือนออกมาว่าไม่ควรทานขิงในช่วงที่กำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด เพราะมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอาการห้อเลือดหรืออาการเลือดออกได้นั่นเอง

3. อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ได้ เคยมีบางการศึกษาค้นพบว่าขิงมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์และการแท้ง แต่ก็มีความน่าจะเป็นที่น้อยมาก เพราะหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เมื่อทานขิงเข้าไปแล้วก็ไม่ทำให้เกิดอาการเหล่านั้น แต่กลับช่วยลดอาการคลื่นไส้จากการแพ้ท้องได้ดีต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยนะคะ

มาดูส่วนประกอบของขิง 100 กรัมกันบ้างดีกว่าค่ะว่าจะประกอบไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอะไรบ้าง ขิง 100 กรัมประกอบไปด้วย พลังงาน 25 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 0.4 กรัม, คาร์โบไฮเดรท 4.4 กรัม, ไขมัน 0.6 กรัม, เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม, ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม, แคลเซียม 18 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม, เบต้า-คาโรทีน 10 ไมโครกรัม, วิตามินซี 1 มิลลิกรัม, ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม, ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม,ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม

ตัวอย่างประโยชน์ของขิงเมื่อทานเป็นประจำทุกวัน
1. ช่วยลดอาการท้องอืด ทุกครั้งที่รู้สึกท้องอืดหรือรู้สึกว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นไม่ย่อยก็ให้จิบชาน้ำขิงหรือกินขิงสดก็ได้ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน จึงสามารถช่วยในเรื่องการขับลม ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ จึงทำให้อาการท้องอืดบรรเทาลงได้ค่ะ

2. ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ คุณรู้หรือไม่คะว่าชาวเอเชียนิยมใช้ขิงในการช่วยบรรเทาอาการเมารถหรือเมาเรือ ซึ่งจากการศึกษาได้ค้นพบว่าขิงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการอาเจียนหลังจากการผ่าตัด ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ และอาเจียนในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับเคมีบำบัดได้อีกด้วย

3. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด จากการศึกษาค้นพบว่าขิงผงมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานขิงนะคะ เพราะขิงอาจจะไปทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาอยู่ก็ได้ ถ้าผู้ป่วยกินขิงในปริมาณที่มากจนเกินไปก็อาจจะทำให้ระดับอินซูลินลดลงมากจนอาจจะอยู่ในขีดอันตรายได้

4. ช่วยป้องกันมะเร็ง เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าขิงมีสรรพคุณช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง เพราะในขิงจะมีสารเอนไซม์กลูตาไธโน เอส ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง และยังมีการศึกษาค้นพบว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดที่มีขิงเป็นส่วนประกอบก็จะช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วยค่ะ

5. ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน สำหรับท่านใดที่เป็นไมเกรนบ่อยๆ หากอาการใกล้กำเริบให้ทานขิงทันที เพราะขิงจะไปช่วยสกัดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบจึงทำให้การเจ็บปวดจากไมเกรนลดลงได้ และยังไม่เพียงเท่านั้นมีการศึกษาค้นพบว่าขิงสามารถช่วยรักษาอาการไขข้ออักเสบ และถ้าทานขิงผงเป็นประจำทุกวันก็จะช่วยลดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือโรครูมาตอยด์ได้อีกด้วย

และอื่นๆ เช่น ช่วยขับเสมหะ, ช่วยเผาผลาญไขมัน เป็นยาระบายอ่อนๆ, ช่วยบำรุงสายตา, ช่วยผ่อนคลายทำให้หลับสบาย, ช่วยแก้อาการขัดปัสสาวะ, ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และการดื่มขิงจะช่วยลดความขุ่นมัวของจิตใจได้